แคนตาลูปในกระถาง

posted on 16 Sep 2009 14:59 by rooffarm

 

 

แคนตาลูปในกระถาง 

 

 

ดิน

       

     รองพื้นกระถางด้วยใบไม้แห้ง เถาแตงหรือซากวัชพืชย่อยสลายง่าย

หลีกเลี่ยงใบมะม่วง (ปลูกกันจนจบยังไม่ผุพัง) เติมด้วยดินผสมปุ๋ยคอก

ส่วนผสม 9:1 แล้วเติมใบไม้แห้งตามด้วยดินส่วนผสมดังกล่าวอีกชั้นหนึ่ง

โดยให้ได้ปริมาณ 90% ของกระถาง รดน้ำต่อเนื่อง 1 อาทิตย์ สุดท้ายตามด้วยน้ำปูน

 เนื่องจากปูนขาวอาจหาได้ยากสามารถใช้ปูนแดงกินหมากแทนได้

โดยใช้ปูนแดงกินหมาก 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ถัง รดให้ชุ่มดิน ปุ๋ยคอก

ใบไม้หรือเครื่องปลูกทุกชนิดต้องผ่านการตากแดดให้แห้งเสมอ 

 

 

 

กระถาง

    

     ที่ใช้อยู่หน้ากว้าง 10 นิ้ว หรือ 11 นิ้ว หรือ 12 นิ้ว สำหรับ 10 นิ้ว รู้สึกได้ว่าเล็กไปหน่อย

แต่ก็ได้ผลใหญ่ใกล้เคียงกัน ก้นกระถางต้องหนุนด้วยเบี้ย 3 ตัว รูกระถางจะต้องระบายน้ำและอากาศได้ดี 

การปลูก นำเมล็ดพันธุ์ห่อผ้าชุ่มน้ำพักไว้ 3-4 วัน แก้ดูถ้าเห็นปลายแหลมของเมล็ดแตกและมีรากโผล่มา

ห้นำเมล็ดไปเรียงในกระถางดินที่เตรียมไว้ให้ห่างกัน 1 ถึง 2 นิ้ว แล้วโรยทับด้วยดินร่วน

ดินในกระถางต้องระบายน้ำได้ดี รดน้ำแล้วไม่อุ้มน้ำมาก เมล็ดแตงถ้าฉ่ำน้ำจะเน่าเสียง่ายมาก

พอต้นโผล่พ้นดินก็ให้น้ำได้เต็มที่ เมื่อต้นกล้ามีใบจริงใบแรกและเริ่มมีใบที่สอง

ก็ย้ายลงกระถางได้เลย ก่อนย้ายกล้าลงกระถางควรให้ต้นกล้าขาดน้ำ พอย้ายลงกระถางแล้ว

ให้รดน้ำทันที ต้นกล้าจะดูดน้ำฟื้นตัวไม่เฉา ถ้าต้นกล้าฉ่ำน้ำก่อนย้ายลงกระถางต้นกล้าจะอ่อนแอ

พอย้ายแล้วมักจะตาย การย้ายกล้าควรย้ายในตอนเย็น 

 

 

 

ระหว่างเติบโต

 

     หลังจากย้ายต้นกล้าลงกระถางได้ 3-4 วัน ให้ปุ๋ยยูเรีย 1 ช้อนโต๊ะละลายน้ำ 1 ถัง ให้รดตอนเช้าในขณะที่กระถางยังชื้นจากการรดน้ำตอนเย็น หลังจากมีใบจริง 4-5 ใบ แล้วให้ปุ๋ยยูเรียผสมปุ๋ยเร่งดอกผล โดยใช้ปุ๋ยส่วนผสมนี้ 1 ช้อนชาฝังขอบๆกระถาง 2 ข้าง พอติดผลเท่าผลมะนาวแล้วให้ใช้ปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยเร่งดอกผลผสมกัน 1:1  จำนวนหนึ่งช้อนชาโรยขอบกระถาง โรยอาหารกระต่ายอัดเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ แล้วโรยปิดบนด้วยดินผสมปุ๋ยคอกเนื่องจากดินในกระถางขาดแร่ธาตุหลายอย่าง และไม่สามารถวิเคราห์ได้ ในอาหารกระต่ายมีส่วนผสมสารอาหารและแร่ธาตุหลายอย่าง และเมื่อรับน้ำแล้วอาหารเม็ดจะฟูพองใหญ่ขึ้นเป็น 10 เท่า เมื่อแยกทดลองดู 2 รอบแล้ว ปรากฏว่าที่ใส่อาหารกระต่ายลูกจะโตกว่ามาก เนื้อหนาไส้ตันทุกลูก ส่วนที่ไม่ใส่อาหารกระต่ายลูกจะเล็กและไส้จะกลวง แต่เนื่องจากอาหารเม็ดนี้ยังไม่ผ่านการย่อยสลายจึงอาจเกิดราสีน้ำตาลที่ผิวดินบ้าง แต่เพียงไม่กี่วันราก็จะสลายไปพร้อมกับผลแตงที่พองโตอย่างรวดเร็วพอผลแตงเริ่มแตกลายให้ใส่ปุ๋ย อาหารกระต่ายและดินผสมปุ๋ยคอกอีกรอบในช่วงนี้ผลแตงจะขยายตัวขึ้นอีกระยะหนึ่ง และน้ำหนักจะเพิ่มเนื้อจะหนาจนเหลือไส้เล็กๆ 

 

 

 

 

การดูแลผล

 

     เมื่อต้นมีใบ 5-6 ใบ ก็จะเริ่มมีดอกตัวผู้ ตามด้วยแขนงดอกตัวเมียออกมาตามซอกใบ ให้ไว้ผลตัวเมียระหว่างข้อใบที่ 8-15 สัก 2-3 ผล (ข้อใบนับจากโคนต้นขึ้นมา) ส่วนแขนงอื่นให้ตัดทิ้งให้หมด (ดอกตัวผู้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวด้วย) พอผลโตเท่าลูกมะนาวให้ตัดเหลือผลที่ลักษณะดี ไม่บิดเบี้ยวไว้เพียงผลเดียว (ยกเว้นสายพันธุ์เล็กที่อาจเก็บไว้ได้ 2-3 ผล) ขณะที่ดอกตัวเมียบานและเริ่มติดผล กระทั่งโตเท่าผลส้มในช่วงนี้ต้องคอยระวังอย่าให้ผลไปเบียด เสียดสีกับหลัก ต้น หรือใบ เพราะบางพันธุ์ค่อนข้างจะถือตัว มันจะแป้ว เบี้ยว หรือผิวจะด่างเสียหายได้ เมื่อผลโตกว่าลูกมะนาวแล้ว ต้องใช้เชือกแขวนผลไว้กับค้าง เพราะแต่ละวันมันจะโตและหนักเป็นเท่าตัว ต้นจะรับน้ำหนักผลไม่ไหว ถ้าเป็นแคนตาลูปหลังติดผล 30-35 วัน ส่วนเมล่อน 45-55 วัน (ถ้าฝนตกมากเวลาสุกจะยืดออกไปมากเป็น 10-20 วัน) ได้เวลาลูกจะเปลี่ยนสีหรือขึ้นลายนูนชัดเจนขึ้น ใบจะขรุขระแข็งและกรอบใบหรือขอบใบล่างๆจะแห้งบ้าง จุกของผลจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองจางๆ แคนตาลูปจะได้กลิ่นหอมขั้วจุกอาจปริและหลุดร่วงได้ ส่วนเมล่อนโดยมากจะเก็บกลิ่น (ผ่าแล้วจึงได้กลิ่น) พอถึงระยะนี้แล้วอย่าเพิ่งเก็บผล มิฉะนั้นจะมีบางต้นที่ยังไม่เข้าที่ ให้รดด้วยปุ๋ยเร่งดอกผลหรือโปรแตสเซียมในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะต่อถัง ต่อจากนั้นให้น้ำแค่ประคองไม่ให้ต้นเฉาหลังให้ปุ๋ยและลดน้ำ 6-7 วัน วันสุดท้ายไม่ต้องให้น้ำ ตกเย็นใบเฉาให้ตัดผลในตอนเย็น ผึ่งไว้ 3-7 วัน เนื้อจะฉ่ำ  

 

ข้อควรระวัง

 

     แตงไม่เหมือนผลไม้อย่าบ่ม ปิด หรืออบในที่อุณหภูมิสูง อุณหภูมิ 4°-28° แตงจะพัฒนาสุกได้ดี แต่ถ้าเก็บในที่ร้อน ไส้แตงจะบูดและเน่าเสียได้ เมื่อฉ่ำได้ที่แล้วสามารถเก็บรักษาในตู้เย็นชั้นล่างได้นาน โดยเฉพาะถ้าห่อกระดาษเช่นกระดาษหนังสือพิมพ์ก็ได้ จะรักษาความชื้นและเก็บได้นาน ห้ามใส่ถุงพลาสติก เพราะจะทำให้ชื้นแฉะและเน่าเร็ว          

 

  

 

  

 

การให้น้ำ

 

     ปลูกในกระถางน้ำจะแห้งเร็ว ต้องให้น้ำด้วยฝักบัวเช้าเย็น ตอนเย็นใบจะตกเล็กน้อย พอรดน้ำแล้วจะงามเข้าที่ควรรดน้ำตอนเย็นแค่ชื้นๆ แต่ตอนเช้าต้องให้ฉ่ำทั้งกระถาง ถ้าให้น้ำขาดตอน เช่นตอนเช้าไม่ได้รด ตอนเย็นให้โรยน้ำที่ต้นและใบ ส่วนโคนต้นแค่ชื้นเล็กน้อย ถ้าเห็นว่าแห้งมากแล้วไปให้น้ำเต็มที่จะทำให้ผลปริแตกและเสียไปเลยกระถางใดรดน้ำตอนเช้าพอตอนเย็นแห้งจนเหลือแค่ไอชื้นข้างใน รากจะลงลึกถึงก้นกระถาง ใบจะหนาเขียวเข้ม ผลจะใหญ่สมบูรณ์ ในทางกลับกันกระถางใดรดน้ำตอนเช้าแล้ว ตอนเย็นในกระถางยังฉ่ำอยู่ แสดงว่าเครื่องปลูกไม่โปร่งพอ รากลงได้แค่ครึ่งกระถางใบจะซีดบาง ผลไม่โต บางต้นรากส่งน้ำไม่พอก็เฉาตายทั้งๆที่ไม่ขาดน้ำ 

 

 

 

 

เพิ่มเติม

 

     ระยะที่แตงเริ่มติดผล ให้ตัดใบล่างๆออก 4-5 ใบ ใบล่างๆนี้จะเกะกะ เสียหายง่ายและเน่าโรยเร็ว ใบไม่มีขั้วใบให้หลุดได้ พอต้นแก่ใบล่างจะหักโรยเน่าได้ง่าย ต้นแก่แผลเน่าจากก้านใบมีปัญหา บางครั้งเน่าลามเข้าไปในต้นได้พอต้นสูงยาวจนอยู่ตัวแล้ว ให้ตัดยอดทิ้ง โดยนับใบให้เหลือ 18-20 ใบ (ถ้าปลูกในโดม รับแสงน้อย คายน้ำน้อย แนะนำให้เหลือ 22-25 ใบ)บางครั้งถ้าขาดดินสำรอง ถ้าซื้อดินถุงมาต้องตากให้แห้งก่อนเติม เคยฝนตกมากดินพร่องไปมาก ซื้อดินมาเติมทันที ปรากฏว่าหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง จำนวนเกือบครึ่งที่เติมดิน รากติดเชื้อ ต้นและใบเหลืองเฉา ลูกที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวต้องทิ้งหมดช่วงที่ดอกตัวเมียเริ่มบาน ถ้ามีผึ้งมาตอมมากจะผสมเกสรได้ดี แต่ถ้าไม่มีแมลงเลย ต้องนำดอกตัวผู้มาฉีกกระเปาะโคนกลีบดอกจะเห็นกลุ่มเกสรสีเหลือง ให้นำดอกตัวผู้ละเลงที่เกสรตัวเมียขณะที่ดอกตัวเมียกำลังบาน อาจมีนกกระจอกยกพวกมาจิกฉีกกลีบดอกออก แล้วจิกกินแค่ยอดเกสรตัวเมีย ถ้ามันเริ่มมาแล้วจะมาทุกวันจนไม่มีดอกตัวเมียที่สมบูรณ์เหลืออยู่ และไม่สามารถมานั่งเฝ้าและไล่มันทั้งวันได้ ให้สังเกตในตอนเย็นว่าดอกตัวเมียใดกลีบดอกเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองแล้ว วันรุ่งขึ้นดอกนั้นจะบาน ให้นำแผ่นถุงพลาสติกที่ตัดได้ขนาด 3 นิ้ว คูณ 3 นิ้ว มาจับจีบแม็กล้อมดอกไว้ให้ปลายเป็นปากแตร พอตอนเช้าดอกบานและผสมเกสรแล้ว ตอนเย็นหรือวันรุ่งขึ้นก็เอาที่ล้อมไว้ออกได้ ดอกบานข้ามวันมันจะไม่จิกกินยังมีการเพิ่มปุ๋ยน้ำชีวภาพจากเศษพืชผัก-ผลไม้ แต่ใช้น้อยมาก ผสมน้ำจางๆ 4-5 วัน รดครั้งหนึ่ง ทั้งหมดดังกล่าวคือขั้นตอนที่ทำได้ผลพอดีพอควร เกิดจากการลองผิดลองถูกจนได้ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากไม่มีพื้นฐานทางการเกษตร และอาจผิดหลักทางวิชาการ ควรต้องแก้ไขปรับปรุงอีกมาก ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจากสวนแตงท่าพระคำถามหรือคำแนะนำ

 

หากท่านใดมีข้อชี้แนะ, คำแนะนำหรือ ติชม ขอเชิญที่email:  rooffarm@gmail.com

 

 

edit @ 24 Sep 2009 20:03:24 by rooffarm

edit @ 24 Sep 2009 20:05:47 by rooffarm

edit @ 24 Sep 2009 20:11:32 by rooffarm

edit @ 24 Sep 2009 20:20:47 by rooffarm

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

#1 By เรียนภาษาอังกฤษ (115.67.186.212) on 2010-05-12 15:10

ผมสนใจการปลูกของคุณมากเลยครับ คุณเป็นคนเก่งนะครับที่สามารถปลูกได้โดยไม่มีพื้นฐานเลย และตอนนี้อยากทดลองปลูกบ้างครับ

#2 By โอ๊ต (61.19.67.87) on 2010-09-05 10:25

ขอบคุณที่ให้คำแนะนำพร้อนรูป ปลูกได้ดีครับ

#3 By vcs00 (203.185.69.124) on 2010-09-13 10:24

อยากอุดหนุนครับ ซื้อพี่ได้ที่ไหน อร่อยไหมเค้าว่าปลูกแบบนี้อร่อยน้อยกว่าปลูกดินตามธรรมชาติ จริงหรือเปล่า
It was within of the 1960s that boots truly arrived into their individual as an product of style wear.

#5 By ugg homme (66.79.166.171) on 2011-01-17 16:08

อยากปลูกบ้างเลยอ่ะ

#6 By Salamy on 2011-04-17 08:09

ขอบคุณสำหรับวิธีการปลูก ปลูกได้ลูกใหญ่จัง กำลังปลูกเหมือนกัน ปลูก ประมาณ 60 ต้น เหลือจริงๆ แค่ 15 มันเฉาตายหมด สงสัย เค็มปุ๋ย

#7 By เจ้าหญิง กุลา (103.7.57.18|1.4.137.154) on 2012-08-27 15:20

ขอบคุณสำหรับความรู้และคำแนะนำดีๆนี้มีประโยชน์มากเลยครับbig smile

#8 By อาชานัย (103.7.57.18|61.19.52.58) on 2013-01-05 20:17

เก่งมากๆเลยครับ. ตอนนี้ผมก็กำลังทดลองปลูกในกระถางเหมือนกัน. ก็จะเอาความรู้จากคุณไปใช้ด้วยครับ. ขอบคุณมากๆเลยครับ

#9 By ต้าร์. ราชบุรี (103.7.57.18|27.55.10.169) on 2013-06-06 19:28

ปลูกได้สวยมากค่ะ

#10 By แอ้ว (171.4.83.131) on 2013-09-15 11:36

#11 By (182.52.252.232|182.52.252.232) on 2014-02-24 00:08

#12 By (182.52.252.232|182.52.252.232) on 2014-02-24 00:09

เก่งมากครับชื่นชม ผมปลูกไว้ 100 ต้น ใช้ขนาดถุงดำ 8นิ้ว ไม่ประสบผมสำเร็จ เต่าแตงเยอะมาก และในทีสุดก็เน่าเหี่ยวเฉาตาย เสียดายลูกขนาดกำปั้นแล้ว ผมปลูกหลายพันธุ์ อยากจะรู้ว่าชนิดใดเหมาะที่จะปลูกทางอยุธยา มีอะไรช่วยแนะนำบ้างนะครับ ขอบคุณครับ 0885418148

#13 By ไม้ (1.10.205.116|1.10.205.116) on 2014-03-03 12:09

ผลปลูกไว้่ 9 ต้น ยังไม่ตายสักต้นเลย ผมให้น้ำ โดยใช้สายน้ำเกลือหยดเอาopen-mounthed smile แต่ตอนนี้วิตก อยากจะให้ลูกมันโตๆ ตอนนี้ลูกเท่ากำปั้นได้แล้วหลังผสมเกสร 15 วัน

#14 By ชัยวัฒ (61.90.123.140|61.90.123.140) on 2014-04-02 09:40